กติกาการแข่งขัน
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
1.ที่ชู๊ตเบย์เบลด X จะมีทั้งหมด 2 แบบ
1.1 ไวน์เดอร์ลันเชอร์ (ที่ชู๊ตสาย)
1.2 สลิงลันเชอร์ (ที่ชู๊ตเชือก)
2.เบย์เบลด จำนวนทั้งหมด 3 ตัว ซึ่งเบย์เบลดทั้ง 3 ตัว จะต้องไม่มีชิ้นส่วนชื่อหรือรหัสซ้ำกัน แม้ว่าจะมีสีที่แตกต่างกันก็ตาม
เบย์เบลด จะ แบ่งออกเป็น 3 แบบ ณ ปัจจุบัน ได้แก่ BX UX CX ซึ่ง BX และ UX จะประกอบไปด้วย 3 ชิ้นส่วนหลักได้แก่
- Blade (เบลด) คือส่วนที่เข้าประทะ โดยทั่วไปจะเป็นโลหะ ส่วนรุ่น UX จะมีส่วนที่เป็นพลาสติกหรือยางประกอบด้วย
- Ratchet (รัชเชท) คือส่วนที่จะกำหนดความสมดุลและความสูงของเบย์เบลด เช่น 1-60 หมายถึง จะมีแง่งออกมา 1 แง่ง และความสูงอยู่ที่ 6 มม.
3-70 หมายถึง จะมีแง่งออกมา 3 แง่ง และความสูงอยู่ที่ 7 มม
วิธีการสังเกตุ เมื่อเราพลิกดูที่ด้านใต้ บริเวณใกล้จุดใส่บิท จะมีขีดแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง นำขีดทั้ง 2 ฝั่งมารวมกัน จะได้ความสูงของรัชเชท
- Bit (บิท) คือส่วนที่เป็นจุดหมุนและผัมผัสกับสนาม และยังเป็นตัวกำหนดลักษณะการวิ่งของเบย์เบลดนั่นเอง
กรณีเป็นของ CX จะประกอบไปด้วย 5 ชิ้นส่วน ซึ่งในส่วนของเบลด จะประกอบไปด้วยทั้งหมด 3 ชิ้น เพื่อให้เราสามารถ Custom ได้หลากหลายขึ้น
- Chip Lock เป็นส่วนที่จะล็อคทั้ง 3 ชิ้นส่วนเข้าด้วยกัน
- Assist Blade เป็นส่วนเสริมที่ใส่กับเบลดเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มลูกเล่นและความสามารถของเบย์เบลดให้สนุกมากขึ้น
*** ทั้งนี้ยังมีชิ้นส่วนพิเศษ ซึ่งจะเป็นทั้งรัชเชทและบิทในอันเดียว ปัจจุบันมีอยู่ 2 แบบด้วยกัน
3.สนามสำหรับเล่นเบย์เบลด ซึ่งสนามของ Beyblade X ในปัจจุบันจะมีขอบสนามที่มีลักษณะเป็นเฟือง เพื่อเพิ่มความเร็วในการโจมตี เรียกว่า
"Extreme Line" นอกจากนี้ยังมีหลุ่มกับดัก ทำให้เราสามารถได้คะแนนเพิ่ม
การนับคะแนน
กติกา Beyblade X โดยทั่วไปคือใครที่ทำคะแนนครบ 4 คะแนนก่อนจะเป็นผู้ชนะในรอบนั้น โดยคะแนนจะนับจากการจบการต่อสู้ดังนี้
-
Spin Finish: 1 คะแนน (เบย์หยุดหมุนก่อน)
-
Burst Finish: 2 คะแนน (ชิ้นส่วนแตก)
-
Over Finish: 2 คะแนน (กระเด็นออกจากโซน Over Zone)
-
Extreme Finish: 3 คะแนน (กระเด็นออกจากโซน Extreme Zone)
การให้คะแนน กรณีมีเหตุการเกิดขึ้นพร้อมกัน จะตัดสินเหตุการที่เกิดขึ้นก่อน เช่น ลูกที่ 1 ออก Over Zone ลูกที่ 2 ออก Extreme Zone
ลูกที่ 1 จะเสีย 2 คะแนน *เว้นแต่ว่า* ลูกที่ 1 จะออกจาก Over Zone กลับเข้าสนาม ลูกที่ 2 ก็จะเสีย 3 คะแนน
